SVC – one of Toyota Dealers in Vietnam

Saigon General Service Corp (SVC)

ใครมีความฝันอยากเป็นเจ้าของโชว์รูมรถยนต์ไหมครับ?

หลายคนอาจตอบว่าใช่ แต่ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับคนทั่วไปที่จะเป็นของโชว์รูมรถสักแห่งหนึ่ง เพราะต้องใช้เงินทุนค่อนข้างสูง แต่คุณมีโอกาสทำความฝันนั้น ให้เป็นจริง ด้วยการเข้าถือหุ้น SVC ซึ่งทำธุรกิจเป็น dealer ขายรถยนต์แบรนด์ชั้นนำอย่าง Toyota, Ford, Volvo ในตลาดเวียดนาม

 

มาดูภาพรวมอุตสาหกรรมรถยนต์ของเวียดนามกันก่อน

ในปี 2016 มีปริมาณรถยนต์ (รวมรถบรรทุก) ที่ขายได้ทั้งหมด 304,427 คัน ในตลาดเวียดนาม โดยเพิ่มขึ้น 24% จากปี 2015 และมีปริมาณมอเตอร์ไซต์ที่ขายได้ 3.1 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 9.5% จากปี 2015

 

ส่วนแบ่งตลาดรถยนต์ยี่ห้อต่างๆ ในปี 2016

จากตารางด้านล่าง (จำนวนโชว์รูมทั้งหมดในตลาดเวียดนาม, ปี 2014) จะเห็นได้ว่า Toyota จะมีจำนวนโชว์รูมมากที่สุด


 

เช่นเดียวกับประเทศไทย อุตสาหกรรมรถยนต์ของเวียดนาม จะได้รับผลกระทบโดยตรงจากนโยบายของภาครัฐ (ประเทศไทย – โครงการรถคันแรก) ย้อนกลับไป 3-4 ปีก่อน ภาครัฐเวียดนามประกาศว่าจะขึ้นภาษีรถบรรทุกในปี 2016  ทำให้ในปี 2015 ทุกคนแห่กันไปซื้อรถบรรทุกเพื่อหนีอัตราภาษีที่จะปรับขึ้น ผลปรากฎว่า ยอดขายรถบรรทุกในปี 2015 โตเกือบ 80% เมื่อเทียบกับปี 2014

และอีกครั้งคือเมื่อทุกคนในตลาดรู้ว่า ปี 2018 ภาษีนำเข้ารถยนต์จากอาเซียน (ซึ่งส่วนใหญ่คือจากไทย) จะเป็นศูนย์ ทำให้ในปี 2017 ทุกคนในเวียดนามชะลอการซื้อรถยนต์ ทำให้ยอดขายรถยนต์ในปี 2017 นั้นหดตัว แต่อย่างไรก็ตาม ในต้นปี 2018 รัฐบาลได้ออกมาตรการกีดกันทางภาษีใหม่ สกัดรถยนต์นำเข้า เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการในประเทศ (เจ้าใหญ่คือ THACO) ราคารถยนต์ที่คาดว่าจะถูกลง ก็ไม่ถูกลง คนซื้อก็ชะลอการซื้อ เพื่อรอนโยบายที่ชัดเจนจากภาครัฐ ทำให้ ตอนต้นปี 2018 ยอดขายรถก็ไม่ได้สูงตามที่คาดไว้

 


SVC มีธุรกิจอยู่สามส่วนคือ

  1. Trading & Service เป็น dealer จัดจำหน่าย และให้บริการซ่อม รถยนต์และมอเตอร์ไซต์
  2. Real estate Service ลงทุนและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ประเภทอาคารสำนักงาน, ศูนย์แสดงสินค้า trade center
  3. Financial Service

โครงสร้างรายได้

  1. Trading & Service 95 % (มาจากการขาย 89%, ซ่อมบำรุง 6%)
  2. Real estate Service 2%
  3. Financial Service 3%

โดยที่ธุรกิจ Trading & Service มี gross margin อยู่ที่ 4-5% ในขณะที่ธุรกิจ Real estate มี gross margin 25% ทำให้ SVC มีโครงสร้างกำไรในปี 2016 เป็นดังนี้

  1. Trading & Service 62 %
  2. Real estate Service 37%
  3. Financial Service 1%

 

ปี 2016 SVC มียอดขายรถยนต์รวม 26,211 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด (market share) 8.6%  เพิ่มขึ้น 38% เทียบกับปี 2018 (SVC มียอดขายรถมอเตอร์ไซต์เพียงเล็กน้อยที่ 9,367 คัน ในปี 2016)

 

ผลการดำเนินงาน SVC’s 2013-2016

 

ปี 2016 SVC มีโชว์รูมทั้งหมด 37 แห่ง แบ่งเป็น Toyota 12 แห่ง, Ford 11 แห่ง และอื่นๆ (Chevrolet, Volvo, Honda ฯลฯ) รวมกันอีก 10 แห่ง

 


เป้าหมายระยะกลางถึงระยะยาวของ SVC

ธุรกิจรถยนต์

  • ต้องการมีส่วนแบ่งตลาดอย่างน้อย 10% ภายในปี 2020
  • ต้องการมี ROE 15-17%

ธุรกิจมอเตอร์ไซต์

  • ต้องการมี ROE 12-15%

ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

  • ต้องการให้มาเป็นธุรกิจหลักของบริษัท

 

ธุรกิจหลักในปัจจุบันของ SVC ยังคงเป็น Dealer รถยนต์ ซึ่งถึงแม้ภาพภายนอกอาจจะดูสวยหรู แต่จริงๆแล้วเป็นธุรกิจที่มี margin บางมาก อีกทั้งอัตราการซื้อซ้ำของลูกค้าไม่น่าจะสูงเพราะคงไม่มีใครเปลี่ยนรถใหม่ทุกปี

 

ถ้าเราใช้ five force model มาวิเคราะห์ จะเห็นว่า

  • Buyer Power: ต่ำ…SCV มี bargaining power ที่น้อยกว่าลูกค้า เพราะไม่ว่าลูกค้าจะซื้อรถที่โชว์รูมไหน ก็ไม่ต่างกันนัก เพราะเป็นรถยี่ห้อเดียวกัน ทำให้ลูกค้ามีตัวเลือกมาก (ลองนึกภาพเวลาเราจะซื้อรถใหม่ ต่อรองราคา ขอของแถม กับหลายๆโชว์รูม และจะเลือกซื้อกับโชว์รูมที่ให้เงื่อนไขที่ดีที่สุด)
  • Supplier Power: ต่ำ…SVC มี bargaining power น้อยกว่า supplier ซึ่งก็คือ Toyota และ รถยนต์ยี่ห้อต่างๆ
  • Entry of Barrier: ต่ำ…ใครที่มีเงินทุนมากพอระดับหนึ่งก็สามารถเป็น Dealer รถยนต์ได้ไม่ยากนัก
  • Competitive Rivalry: สูง…ผู้เล่นส่วนใหญ่แข่งกันที่ราคา
  • Substitute: กลางๆ…ตอนนี้อาจจะยังไม่มี เพราะการซื้อรถยนต์ยังต้องอาศัยไปที่โชว์รูม

 

ข้อดีอย่างเดียวของ SVC และธุรกิจ dealer รถยนต์ในเวียดนามคือ ประชากรของเวียดนามมีกำลังซื้อมากขึ้น โดยเฉพาะคนชั้นกลาง และคนส่วนใหญ่ยังไม่มีรถยนต์ใช้เลย ทำให้ตลาดมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก แต่ก็เป็นการบ้านของ SVC ว่าจะทำอย่างไรให้คนมาซื้อรถกับโชว์รูมของ SVC ไม่ใช่โชว์รูมอื่นๆอีกหลายสิบโชว์รูมที่ขายรถแบบเดียวกันอยู่

 

ณ เดือนธันวาคม 2018 SVC มีราคาซื้อขายอยู่ที่หุ้นละ 44,000 vnd และมีPE อยู่ที่ 14 เท่า